ผ่าตำนาน จิป ฟอร์ด GPW/MB
   

TA
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 08:50
IP:125.24.226.48
อ่าน= 267142
ตอบ = 2957

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน
       ตำนานของจิปนั้นเป็นที่หน้าศืกษามาก..และถ้าหากเราได้มีข้อมูลที่ถูกต้องด้วยแล้วก็ยิ่ง ทำให้เราประกอบรถได้สมบูรณ์ยิ่งขื้น..ผม และ คุณ เจมส์ พะยามอย่างยิ่งที่หาข้อมูล บวกกับการทำจิปไปด้วย หลือทั่นอื่นอาตมีข้อมูลก็ช่วยลงกันได้ เพาะอาดเป็นประโยชน์ไม่กับเราก็คนอื่นครับ..หิหิ..
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
 
   
คำตอบที่ 1


บิ๊ก ตาปี สุราษฎร์
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 11:05
IP:
118.173.11.103

ยินดีครับ ..... คุณต้ากลับถึงบ้านแล้วนะครับ เสียดายไม่ได้เจือกัน





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 2


TA
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 13:37
IP:
125.24.225.47

เริ่มตั้งแต่เกิดสงครามโลกขึ้นมา ยอระมัน ได้ทุ่มทุนมะหาสาน บวกกับ เท็กซ์โนโยยี ในยุกนั้น เพื่อให้ได้มากับเครื่องจักสงครามที่ไร้เทียมทาน ( ชื่งทางนาชีคุยกันเอาไว้ว่า ถ้า เยอระมันจะส้างอะไรแล้ว คุณภาพต้องมาก่อนสะเหมี ) ชื่งต่อมาเราจะเห็นได้กับพาหนะของเยอรมันในทุกวันนี้...สว่นทางฝ่าย โชเวียด ก็อีกแบบ..ถ้าจะส้างอะไรแล้วต้องให้ได้จำนวนมากๆถืงจะมีคุณภาพต่ำก็ตาม ( เพาะปริมาณย่อมมีคุณภาพอยู่ในตัวของมันสะเหมี ) สว่นฝ่ายของ พันธมิตร ต้องขอบอกว่าถ้าเราจะส้างอะไรก็ต้องไว้ใจได้..แต่ถ้าใช้ได้ดีแล้ว..ทำให้สบายขื้นอีกจะได้ใหม?..และแล้วก็ได้เวลาที่ต้องพิสูดกัน....






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 3


คนนคร
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 18:40
IP:
118.172.50.90

ดีครับคุณต้า พวกเราชาวjeepจะได้รู้ถึงตำนานjeepว่ามีความเป็นมาอย่างไร

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 4


TA
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 21:03
IP:
125.25.4.52

ถืงแม้ เยอระมัน จะมีอาวุธที่สุดยอดที่สุด แต่ ยุดธะ วิธีการใช้ที่ไม่ถูกต้อง บวกกับการตัดด้านวิจัยของเครื่องบินแบบใหม่ๆที่คิดว่า อินทรีเหล็กยังครองน่านฟ้า (ชื่ง ตอนนั้นพันธมิตรเองมีข้อด้อยของ เท็กซ์โนโลยี่ แต่ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำให้กลับกายมาครองน่านฟ้าแบบเบ็ดเสร็จ..) ต่างกับความคิดของ อาดอ็ป ฮิดเลี่ ที่ยังให้ความไว้ใจกับรถถังรุ่นใหม่ๆ..ชื่งยังยืดถือเอาอยู่ว่าไชชะนะที่แท้จิงจะอยู่ในพากพื้นดินเท่านั้น..และมุ่งให้ความสนใจกับการพัฒนารถถังรุ่นใหม่..( ก็จิงถ้าถามทะหารที่เคียรบฝ่าย พัธะมิตว่า คุณคิดอย่างไรกับรถถังของเยอระมัน..กลัวสุดขีด..ไครที่บอกว่าไม่กลัวคงพูดโกหกแน่..เพาะอัดตราการทำลายของรถถัง เยอระมันนั้นมีถืงยี่สิบต่อหนื่ง..) และที่ด้านรบตะวันออกของ รัดเชีย ที่มีพื่นที่กว้างใหย่และหนาวเหน็บ บวกกับการที่ไม่มีกองหนุนและส่งบำลุงให้ทัน..และนั้น ส่งผล ให้หายะนะทึ่ตามมา ...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 5


หนุ่ม มุกดาหาร
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 21:49
IP:
202.91.19.192

วันนี้ฉายสั้นจัง...กำลังมันเชียว

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 6


คน2บ้าน
จันทร์
11/8/2551
เวลา : 22:07
IP:
125.26.108.67

รออ่านเรื่องที่คุณTAเขียนมานานแล้ว ครับ ...เขียนทุกวันนะครับ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 7


ยุทธ บางพาน
อังคาร
12/8/2551
เวลา : 08:45
IP:
203.113.28.138

ดีครับ เป็นความรู้เพิ่มเติม รอติดตามอยู่ครับ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 8


TA
อังคาร
12/8/2551
เวลา : 09:02
IP:
125.24.217.141

หลังสิ้นสุดสงครามโลก..ทะหารพัธะมิตขับจิป ที่ทุกคนรัก และเป็นเหมือน สัญญาลักษณ์ ของผู้มีชัยกลับบ้าน..โดยมีรอยจูบจากสาวๆที่ ยุโรบติดตัวมาด้วย ( ตอนนั้นไครขับจิป ก็รับเป็นพระเอกไปละ..) และแล้วก็เหมือนกับที่คุณ เจมส์ พูดไว้ "เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล(Jeep)" เพาะต่อมา อเมริกา ได้โละขายจิปทั้งหมดให้กับ ฝรั่งเศส...และเป็นฝรั่งเศส เองที่ ยำรวมทั้ง ฟอร์ดและเอ็มบีเข้าด้วยกัน..( คุณ ปู่เราผ่านสะหนามรบหลายที่เหลือเกีน...) และก็เป็นที่สืบทอดเรียกติดปากกันมาว่า “ จิปฟอร์ด หลือ จิปฟอ ที่คนลาวเรียกกัน”แต่ความจิงมันไม่ไช่....





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 9


TA
อังคาร
12/8/2551
เวลา : 11:37
IP:
125.24.255.219

เท่านี้ยังไม่พอ เพาะฝรั่งเศส ชื่งชอบจิปเอามากๆ..จิงขอชื้อต้นแบบ MB จากบริษัท Willys Overland ไปก็อปเป็น Hotchkiss M201 ( ห็อกคิด เอ็ม 201) แต่ที่มีข้อผิดพาด และกายเป็นเรื่องตะหลกก็คือฝรั่งเศส ไม่สามาดเรียกชื่อ Jeep ให้กับ M201ได้... เพาะ Jeep ได้ชื่อมาจาก ฟอร์ด GP ชื่งจากการที่พูดเร็วโดยบังเอีนละหว่าง G และ P กลายเป็น Jeep ในที่สุด.. ถืงแมฟอร์ดจะไม่เป็นเจ้าของต้นแบบของจิปรุ่นนี้ แต่หากเป็นเจ้าของชื่อ Jeep ไงละ...หิหิ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 10


TA
พุธ
13/8/2551
เวลา : 08:13
IP:
125.24.198.9

การดูตัวถังรถเราว่าผ่านมือ ฝรั่งเศส ยำมาหลือปล่าว...ถืงแม้จะเป็นตัวถังของ US ก็ตาม..ก็ดูได้จากแผ่น เพลท ที่ฝาเกะหน้านี้และ..เพาะถ้าแผ่นเพลทของจิป ที่เป็นแผ่น” ทองเหลือง หลือ เหล็กพิเศษ “จะเป็นของ ฟอร์ด และ เอ็มบี แท้แน่นอน....ส่วนแผ่นเพลทที่เป็น โลมิเนียม นั้นมีแต่ฝรั่งเศสทำขื้มมาครับ..หิหิ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 11


TA
พุธ
13/8/2551
เวลา : 08:20
IP:
125.24.198.9

และนี้เป็นชื่อของโรงานที่ยำรวม เอ็มบี และฟอร์ด..ที่ฝรั่งเศส เมืองน้ำหอม..หิหิ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 12


TA
พุธ
13/8/2551
เวลา : 13:06
IP:
125.24.198.9

ข้อมูลเลื้องแผ่น เพลท เดียวคุณ เจมส์ มีต่อครับ...

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 13


TA
พุธ
13/8/2551
เวลา : 13:07
IP:
125.24.198.9

แล้วอะไรที่ทำให้จิปฟอร์ดนั้นเป็นตำนานละ?...มีคำถามที่ยังคาใจอยู่ว่า...ทั้งๆที่ยังมีจิปรุ่นอื่นๆที่ถูกผลิตออกมาก่อนหน้า เอ็มบี และฟอร์ด แถมยังเก่ากว่าด้วยช้ำ..แต่ทำไมจิ่งมีแต่คนตามหาแต่จิปฟอร์ดกัน?...( ผมก็ตามหาคำตอบอยู่เหมือนกัน..) และก็มีคำตอบออกมาพ้อมด้วยเหตุและผล..ก็เพาะ สหรัฐ นั้นเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองตอนปี 1942 หลังจาก ยี่ปุ่น ได้ถะหล่ม “ เปีฮ่าเบี่” ( แต่ก่อนหน้าปี 42 คือปี 41 สหรัฐนั้นได้แอบส่งอาวุธ และรถจิปแบบ MB Slat Grill สนับสนุนให้แก่กรองทัพอังกฤษ และรัสเชีย..ดั่งนั้นจิปแบบ Slat Grill จิ่งได้รบเคียงบ่ากับทะหารอังกฤษ..คงไม่ต้องสงใสเลียว่า เมืองผู้ดี อังกฤษถืงชอบ จิป Slat Grill กัน..หิหิ )..อย่าพื่งดีใจกัน..นั้นมันยังไม่จบ..เพาะสงครามโลกยังดำเนีนอยู่..และแล้วคราวนี้ สหรัฐ ก็ได้ม้าศืกตัวจิง...เป็นจิปที่ถูกปลับปรุงข้อเสียแล้ว..แบบจิปที่เป็นตำนานอย่างที่เราเห็นกันคือ เอ็มบีและฟอร์ด เรียกได้เลียว่า “เกีดถูกที่ถูกเวลา”..รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทะหารพันธมิตร จนกระทั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง...( แต่...วีลลี่ และฟอร์ด เชื้อกันว่ามีความขลังที่ต่างกัน...)





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 14


เจมส์
พุธ
13/8/2551
เวลา : 20:24
IP:
202.91.19.205

หลังการรุกรานโปแลนด์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 เพียงสองวัน คือ วันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1939 สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ร่วมกันประกาศสงครามต่อเยอรมนี ในวันเดียวกันนั้นเองมีประเทศอื่นๆ ประกาศสงครามเพิ่มเติม ได้แก่ ประเทศเนปาล, นิวฟันด์แลนด์, ประเทศตองกา, ประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศแคนาดา จากนั้นวันที่ 17 กันยายน สหภาพโซเวียตได้บุกเข้าโปแลนด์จากทางทิศตะวันออก สัญญามิตรภาพระหว่างเยอรมนีกับโซเวียตถูกยกเลิกไปเมื่อเยอรมนีบุกโซเวียต ในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1941
สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมฝ่ายพันธมิตรหลังจากการโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1941





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 15


เจมส์
พุธ
13/8/2551
เวลา : 21:04
IP:
202.91.19.205

หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ? กองทัพอเมริกา จำเป็นต้องใช้ยานยนต์สำหรับเข้าร่วมรบเป็นจำนวนมากไม่ว่ารถถัง รถบรรทุก รวมทั้งรถรบ ขนาด1/4 ton ซึ่ง willys MB ซึ่งเพิ่งชนะการประกวดรถต้นแบบ และส่งเข้าร่วมรบในยุโรปได้ไม่กี่คัน

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 16


เจมส์
พุธ
13/8/2551
เวลา : 21:10
IP:
202.91.19.205

อเมริกาก็คงนึกว่าสงครามในยุโรปคงไม่มาถึงตัวเองที่จะต้องเข้าร่วมรบ แต่ปรากฎว่าญี่ปุ่นต้องการขยายลัทธิจักรวรรดิญี่ปุ่นในภูมิภาคแปซิฟิค ที่ถือว่ากองเรือญี่ปุ่นของสมเด็จพระจักรพรรดิ ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไม่มีใครเทียบ จึงบุกโจมตีกองเรือแปซิฟิคของอเมริกาที่ เพิร์ลฮาร์เบอร์ ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.1941 ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน รวมถึงการยกพลขึ้นบกที่บริเวณชายหาดของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี เพื่อบุกเข้าพม่า
จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อเมริกา ประกาศสงคราม และมีความต้องการใช้รถjeep ที่ขณะนั้นมีเพียง williys MB ผลิตโดยบริษัท williys Overland เท่านั้น ซึ่งผลิตไม่ทัน ทำให้กองทัพสหรัฐจำเป็นต้องให้ผู้ร่วมประมูลรถ jeep คือ ford Motor ที่ออกแบบ ford GP แต่แพ้ เพราะ เครื่องยนต์ Go Devil หรือ ไซด์วาวล์ หรือ L Head อันทรงพลัง ของ MB เป็นผู้เข้าร่วมผลิตรถjeep โดยใช้แบบของ willys MB เป็นพื้นฐานภายใต้รหัส GPW


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 17


เจมส์
พฤหัสบดี
14/8/2551
เวลา : 10:20
IP:
117.121.221.78

อเมริกาก็คงนึกว่าสงครามในยุโรปคงไม่มาถึงตัวเองที่จะต้องเข้าร่วมรบ แต่ปรากฎว่าญี่ปุ่นต้องการขยายลัทธิจักรวรรดิญี่ปุ่นในภูมิภาคแปซิฟิค ที่ถือว่ากองเรือญี่ปุ่นของสมเด็จพระจักรพรรดิ ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไม่มีใครเทียบ จึงบุกโจมตีกองเรือแปซิฟิคของอเมริกาที่ เพิร์ลฮาร์เบอร์ ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.1941 ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน รวมถึงการยกพลขึ้นบกที่บริเวณชายหาดของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี เพื่อบุกเข้าพม่า
จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อเมริกา ประกาศสงคราม และมีความต้องการใช้รถjeep ที่ขณะนั้นมีเพียง williys MB ผลิตโดยบริษัท williys Overland เท่านั้น ซึ่งผลิตไม่ทัน ทำให้กองทัพสหรัฐจำเป็นต้องให้ผู้ร่วมประมูลรถ jeep คือ ford Motor ที่ออกแบบ ford GP แต่แพ้ เพราะ เครื่องยนต์ Go Devil หรือ ไซด์วาวล์ หรือ L Head อันทรงพลัง ของ MB เป็นผู้เข้าร่วมผลิตรถjeep โดยใช้แบบของ willys MB เป็นพื้นฐานภายใต้รหัส GPW
ภาพ Pearl Harbor เวลา 7.00น.ของวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.1941







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 18


เจมส์
พฤหัสบดี
14/8/2551
เวลา : 10:22
IP:
117.121.221.78

เวลา 07.05 น.





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 19


เจมส์
พฤหัสบดี
14/8/2551
เวลา : 10:24
IP:
117.121.221.78

อีกมุมของการเปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา และประเทศในคาบสมุทรแปซิฟิค รวมถึงเอเชียอาคเนย์





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 20


เอก ดอนตูม
พฤหัสบดี
14/8/2551
เวลา : 13:01
IP:
158.108.156.225

คุณเจมส์ ไม่เห็นเล่าวาฝ่ายอักษะ อย่างอิตาลี่โดยมุสโสลินีเข้าร่วมรบเป็นพวกกับเยรมันอย่างไรครับ ส่วนเครื่องยนต์ที่ ฟอร์ดที่แพ้วิลลี่เป็นเพราะอะไรล่ะ บอกหน่อย จะได้ครบๆสองฝ่าย

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 21


TA
ศุกร์
15/8/2551
เวลา : 16:18
IP:
125.24.209.146

มองต่างมุมกัน..ในเมื่อรู้กันดีว่า บริษัท Willys เป็นเจ้าของแบบ MB ส่วน Ford ได้ส่วนแบ่งผลิตเป็น GPW แต่ว่าที่ ยุโรป นักอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ และ ฝรั่งเศสเป็นต้น..กลับให้ความนิยมกับเจ้า MB มากๆ ต่างอธิบายเหดผลว่าเพาะ Willys เป็นเจ้าของนั้นเอง.. ( แต่ว่าไครที่คิดจะปั้น MB ให้ถูกแบบก็ต้องเหนื่อยกันหน่อย เพาะต้อง ตรวจเช็กรหัสให้ตรง กับ MB ที่ใช้ในสงครามโลก...ก็เพาะว่านอกจาก MB แล้วยังมี เครืองยน์ชายวาวแบบอื่นอีกชื่ง Willys ได้ผลิตออกมา ไม่ว่าจะเป็นของ CJ หลือ M38 แม้กระทั่งกับของ M201 ด้วย ถือว่าดูกันตาลายเลียที่เดียว..หิหิ..) แต่ที่อเมริกา ชื่งเป็นประเทศที่ผะลิตจิปเอง..กลับนิยม Ford มากกว่า..( คงไม่ต้องอะทิบายเหดผลว่าทำไม..อาตเป็นเพาะผู้คนให้ความ ชื่นชอบ และไว้ใจบริษัทนี้ ชื่ง Ford เองที่ได้สว่นแบ่งผลิตเพียงสองแสนกว่าจากที่ทั้งหมดหกแสนกว่า..และหลังจบสงครามโลกก็ไม่ได้ผลิอีกเลีย.. ) แต่ที่แน่นอนคือ ถ้าคุณมองตะหลาดชื้อขายตาม เว็ฟไช ก็คงเห็นว่าอะหลั่ย Ford ตัวไหนที่ป้ำ F แล้วลาคาจะพุ่งเท่าตัวถ้าเทียบกับ MB ...ส่วนตัวผมแล้วคงจะไม่ตามกระแส...แต่ที่แน่ๆตอนนี้ แม่น้ำโขงก่ำลังจะถ้วม ผมก็ได้ลวบรวมอะไหล่ฟอร์ดที่มี F ไปเก็บไว้ที่ปลอดภัยในชั้นสาม..ส่วนของเอ็มบีปล่อยไว้ข้างล่างก่อน...ไว้เจีกันใหม่ตอนน้ำแห้งก็แล้วกัน..หิหิ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 22


เจมส์
ศุกร์
15/8/2551
เวลา : 22:54
IP:
202.91.18.206

Bantam เป็นรถต้นแบบของ Jeep WWII ก่อนที่ Willys Ford จะนำแบบดังกล่าวมาปรับปรุง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 23


เจมส์
ศุกร์
15/8/2551
เวลา : 23:21
IP:
202.91.18.206

แต่ปรากฎว่าเมื่อจะต้องตัดสินใจเลือกรถต้นแบบที่จะมาผลิตใช้งานจริง กองทัพสหรัฐกลับเลือกให้ Willys เป็นผู้ชนะการประมูลด้วยสาเหตุบางประการรวมถึงงบประมาณในการผลิตรถแต่ละคัน ของ Bantam ที่มีต้นทุนต่อคันจำนวน $1166 ซึ่งมากกว่า Willys ที่มีต้นทุนเพียง $739 ซึ่งจากการทดสอบ Bantam , Willys MA , Ford GP พบว่า แต่ละคันมีข้อเด่นและข้อด้อยต่างกันดังนี้ Bantam เป็นรถที่สูง แต่เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง, Willys MA เป็นรถที่มีกำลังเครื่องยนต์ดี แต่หนักเกิน, Ford GP มีระบบบังคับเลี้ยวที่ดีแต่เสียหายได้ง่าย
จริงๆ ผมก็แปลมาจากบทความต่างประเทศ ซึ่งอาจไม่ครบถ้วนทั้งหมด
ผมเห็นด้วยคุณต้า ที่คุณต้าบอกว่าไม่ได้ตามกระแส เพราะคุณต้าอยู่เหนือกระแสอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ต้นๆ เสมอต้นเสมอปลาย ชอบ Ford GPW อย่างไร บัดนี้ก็ยังชอบอยู่อย่างนั้น
ผมยกย่องความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณต้าครับ
ส่วนเรื่องอะไหล่นั้น ผมได้รู้ได้เห็นมาด้วยตัวเอง ว่าเป็นอย่างไร ไม่บอกดีกว่า ฮิฮิ
ยิ่งช่วงนี้น้ำไหลหลาก พิสูจน์ได้เลยว่าคุณต้าหวงและห่วงอะไหล่ Ford GPW แค่ไหน เอาไว้บนชั้นสาม ปล่อยอะไหล่อื่นจมน้ำก็ยังไม่เป็นไร





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 24


หนุ่ม มุกดาหาร tmvc058
เสาร์
16/8/2551
เวลา : 20:00
IP:
202.91.19.204

pearl harbor





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 25


เจมส์
เสาร์
16/8/2551
เวลา : 22:52
IP:
202.91.18.192

ลืมบอกไปว่าเป็นภาพการทดสอบของรถ 3 รุ่น 3 ผลิต ด้านซ้ายเป็น Bantam ตรงกลาง Willys MA ด้านขวา Ford GP
ภาพจากเนท





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 26


เจมส์
จันทร์
18/8/2551
เวลา : 10:53
IP:
117.121.221.78

เป็นภาพถ่ายรถยนต์ตรวจการณ์ต้นแบบของ Bantam ชื่อ Bantam Pilot Model#1 ก่อนส่งมอบให้กองทัพสหรัฐทำการทดสอบ ซึ่งถือว่าเป็นรถตรวจการณ์ต้นแบบของMilitary Jeepในเวลาต่อมา
คนที่ออกแบบคือ Karl Probst นั่งตรงที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า ส่วนผู้จัดการBantam คือ Harold Crist นั่งตรงที่นั่งคนขับ
ภาพจากอินเตอร์เนท





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 27


เจมส์
จันทร์
18/8/2551
เวลา : 11:04
IP:
117.121.221.78

ตามที่ผมได้ให้ข้อมูลว่า Ford GP มีระบบบังคับเลี้ยวที่ดี แต่เสียหายได้ง่าย (คำตอบที่ 23)นั้น ภาพนี้พอจะพิสูจน์ได้ครับ
ระบบบังคับเลี้ยวของ Ford GP แบบนี้ แน่นอนครับว่า สามารถเลี้ยวในที่แคบได้เป็นอย่างดี เลี้ยวทั้งล้อหน้าและล้อหลังในเวลาเดียวกัน แต่ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ ซึ่งผมเคยทราบว่า รถเก๋งยี่ห้อดังๆ หลายค่าย ผลิตระบบการบังคับเลี้ยวแบบนี้เช่นกัน แต่ Ford GP คิดได้เมื่อ 70 ปีที่แล้ว
ภาพจากอินเตอร์เนท ขอบคุณ Brian





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 28


TA
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 16:58
IP:
125.24.218.18

คุณ เจมส์ หน้าจะทำอย่างนี้ได้นะ..เพาะได้ข่าวมาว่ามี เพลาหน้าฟอร์ดถืงสองตัวแนะ..หิหิ..

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 29


เจมส์
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 17:21
IP:
117.121.221.78

กลัวจะหงายท้องแบบในรูปหน่ะซิครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 30


เอก ดอนตูม
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 17:41
IP:
158.108.156.225

ผมเคยเห็นใน นิตยสารยานยต์ โตโยต้าเอาไปพัฒนาในรุ่นที่ คล้ายๆกับแฮมเมอร์ สามารถเลี้ยวได้ทั้งเพลาหน้าหลังอย่างนี้แหละครับ แสดว่าได้ถูกพัฒนาให้ใช้ได้สมบูลย์แล้วคงไม่คว่ำหรอกครับคุณเจมส์ แล้วไม่เห็นเล่าเรื่องเครื่องยนต์ที่มีกำลังม้า มากกว่ากันเลยละครับ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 31


TA
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 17:49
IP:
125.24.218.18

และแล้วประวัติศาสตร์ ของรถจิป ก็ได้ถูกจารืกไว้ในบดหนังสือ แล้วเก็บไว้เป็นอย่างดี ที่หอสมุด..เพื่อไว้ให้ลูกหลานได้ศืกษาหาความรู้กัน...แล้วจะมีประโหยดอะไร..ในเมื่อเราสมผัสมันไม่ได้...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 32


TA
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 17:57
IP:
125.24.218.18

ผมได้มีโอกาสพาคอบคัวไปเที่ยว “กระบี่”...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 33


TA
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 18:02
IP:
125.24.218.18

นั่งมองดูทะเลอันกว้างใหญ่..หลือผมเป็นมนุษย์ตัวน้อยกันแน่..หิหิ..พอได้สมผัส ธรรมชาติอันสวยงามของโลกนี้ที่มีให้ นับหลายพันล้านๆ..ปี....แต่ชีวิดของคนเราทำไม ธรรมชาติ กลับให้เพียงร้อยปีได้ละ?...ไม่พอที่จะได้ชื่นชมกับสิ่งต่างๆได้หมด..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 34


TA
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 18:17
IP:
125.24.218.18

แต่พออายุมันเลียไวกลางคนมาแล้ว..และธรรมชาติ ผมก็ถูกให้ “รักสาจิป” ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนผมก็ต้องออกตามหาให้สุดขั้ว..นั้นคือตัวของผม...จนเมียโทรตาม..( จะไปไหนอีกละที่รัก..อย่าบอกนะนะว่าจะเรอไปหาจิปอีกนะ)...ก็รู้แล้วจะให้ตอบทำไม..หิหิ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 35


TA
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 18:27
IP:
125.24.218.18

นัดกับคุณ ปีเตี้ จะไปเยี่ยมให้ถืงบ้านที่ “ ภูเก็ด “ แต่ผมไปลงที่ “กระบี่” ต้องได้นั่งรถโดย”วินมอไช” ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 36


เจมส์
อังคาร
19/8/2551
เวลา : 22:32
IP:
202.91.19.206

บางทีเราก็หาตัวเองเจอ บางทีก็เห็นลางๆ บางทีมองไม่เห็น เพราะเราไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเราเป็นอย่างไร แต่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
ทำในสิ่งที่ใจอยากทำ ซึ่งอาจทำให้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงได้ คิดและทำก่อนที่จะไม่ได้ทำหรือทำไม่ได้
ผมไม่ค่อยเห็นภาพเก่าเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เป็นภาพสี เลยเซฟเก็บไว้ ภาพนี้บรรยายว่าเป็นการบรรทุกรถไปยังซิซิลี่
ภาพจากอินเตอร์เนท





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 37


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 08:32
IP:
125.24.200.110

เส้นทางออกจาก”กระบี่”ภาพจากหลังมอไช..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 38


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 08:36
IP:
125.24.200.110

ต่อด้วยรถเมใช้เวลาเดีนทางนานหน่อย แต่ก็ไม่เบื่อ เพาะละหว่างทางมีภูเขา และป่าสวนยางให้ดูชม...พ้อมกับฟังเพงของ “CCR”ที่ผมติดตัวไปด้วย..หิหิ.





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 39


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 08:42
IP:
125.24.200.110

พอไปถืง ภูเก็ด คุณ Pete ก็ขับจิป มารอรับ“ นืกดีใจมันต้องอย่างนี้ชิ ถืงจะหายเหนื่อยหน่อย” เฮ้ไงเพื่อน..สะบายดี หิหิ..แล้วก็นั่งรถจิปไปต่อที่ “ หาดปลาตอง”ที่ๆเขาอยู่...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 40


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 08:48
IP:
125.24.200.110

Pete ขับไปคุยไป..ดูแล้วเป็นไงจิปผม...สวยชิ เดีมครบทุกเม็ดวะ..” แต่มีที่ไม่เดีมก็ เอ็มหนื่งนี้และ” แฮะแฮะแฮะ Pete หัวเรอะใหย่...ใช้ๆๆ...แต่ทุกอย่างในรถคันนี้ของจิงหมดนะ..ก็ใช้ชิเพาะนายเล่นสังของนอกได้นี้..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 41


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 09:22
IP:
125.24.200.110

เชียนจิป ที่เคียบอกว่า เครื่องยน์เดีม ใช้วิ่งเร็วไม่ได้หลอก..”พังแน่” ต้องถอยให้คุณ ปู่หน่อย เพ่
เพาะจิป ของ Pete วิ่ง กันเกีนร้อยกิโล/ ต่อชั่วโมง..น้ำตาชักเลี่มไหล..พอได้เหลือกตาดูเรือนไมรก็..F..k ตอนนั้นละ ทั้งมือเท้าต้องหาที่ยืดไว้แน้น..( คำเตือน รถจิป ไม่ควรวิ่งเร็ว..เพาะมีอันตะลาย..และต้องหมั่น ตวรจ เช็กให้อยู่ในสะภาพดี ก่อนขับ ) บ้าละห่ำจิ่งๆ..อื๋ย...






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 42


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 09:30
IP:
125.24.200.110

จะเบาลงหน่อยก็ตอนขื้นเขา..และเข้าโค้ง...คุณ ปู่แรงดีไม่มีตก..( ดื่มกระทิงแดงมาหลือปล่าวนี้ )..หิหิ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 43


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 13:21
IP:
125.24.193.224

และก็ไปถืงบ้านของ Pete เห็นจอดเรียงกันอยู่สองคันคงไม่ต้องบอกว่าเป็นรุ่นอะไร..แต่ที่โครงกระจกหน้า เป็น ชื่อ ของลูกเขาสองคนติดอยู่ครับ...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 44


TA
พุธ
20/8/2551
เวลา : 13:33
IP:
125.24.193.224

ได้ชมเครื่องยน์ของ Slat Grill และกรองอากาดที่บอกว่าหายาก ใช้แบ็ดแบบ 6 โววทั้งสองคัน ที่ช่างทั้งหลายบอกว่า “ ไปใส่ทำไม ไม่ใช้กันแล้ว “ แต่เขาใส่ครับ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 45


TA
พฤหัสบดี
21/8/2551
เวลา : 07:58
IP:
125.24.204.65

ด้านหน้าของ จิป รุ่น Willys MB Slat Grill 1941





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 46


TA
พฤหัสบดี
21/8/2551
เวลา : 08:04
IP:
125.24.204.65

ด้านหน้าของ จิป รุ่น Willys MB 1944 มีที่ไม่เดีมอยู่สองอย่างคือ..ที่เปีดฝา โค๊ก และ พวงมาไล..หิหิ..ขอขอบคุณ ที่ให้ดูชมจิป แบบใก้ๆ..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 47


เจมส์
พฤหัสบดี
21/8/2551
เวลา : 10:37
IP:
117.121.221.78

เครื่องยนต์ของตามภาพนี้ เป็นเครื่องยนต์ที่ Willys ออกแบบและนำเข้าประจำการณ์ในรถตรวจการณ์ต้นแบบ MA ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กล่าวกันว่า Willys ชนะการประกวดรถตรวจการณ์ต้นแบบ เพราะเครื่องยนต์ตัวนี้ซึ่งมีกำลังและแรงบิดสูง ซึ่งเป็นการออกแบบเครื่องยนต์ที่เหนือความคาดคิด(out-performed)แบบ L- Head ที่เรียกว่า L- Head เพราะวาวล์ไอดี-ไอเสียถูกบังคับให้เปิดและปิดอยู่ภายในเครื่อง (เครื่องยนต์ปกติทั่วไปจะบังคับเปิด-ปิดวาวล์จากด้านบน)
หน่วยงานที่ดูแลด้านการทหาร เรียกเครื่องยนต์ที่ low silhouette และสามารถหลบหลีกการติดตามของศัตรูได้ ว่า "Go Devil"
ซึ่งหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง Willys ได้ผลิตเครื่องยนต์ดังกล่าวมาใช้กับ CJ2A ,Willys Wagon,Willys Pickup,CJ3A,M-38 แล DJ-3A
แต่เครื่องยนต์ที่ใช้หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความแตกต่างกัน เช่น คาร์บูเรเตอร์ , เพลาข้อเหวี่ยง และกำลังอัดของเครื่องยนต์ เป็นต้น
ผมขอยืมภาพที่คุณTA เคยลงไว้มาลงให้ดูกันครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 48


เจมส์
พฤหัสบดี
21/8/2551
เวลา : 10:44
IP:
117.121.221.78







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 49


เจมส์
พฤหัสบดี
21/8/2551
เวลา : 10:54
IP:
117.121.221.78

เครื่องยนต์ในรุ่นแรกที่ผลิตออกมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จะใช้โซ่ขับเคลื่อนเพลาข้อเหวี่ยง และเพลาราวลิ้น ตามรูป
ซึ่งต่อมา Willys ได้พัฒนาการทำงานดังกล่าวโดยใช้เฟือง 2 ตัว ขบกันแทนโซ่ เพื่อหมุนเพลาข้อเหวี่ยงและเพลาราวลิ้น





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 50


เจมส์
พฤหัสบดี
21/8/2551
เวลา : 16:12
IP:
117.121.221.78

ผมลองหา spec ของเครื่อง L-Head 134 4 Cylinder "Go Devil" จากอินเตอร์เนท ดังนี้

Bore x Stroke 3.125" x 4.375"
Displacement 134.2 ci(2.2L)
Compression Ratio 6.48:1
Horsepower (gross) 60@4000rpm
Torque (gross) 105@2000(แรงบิดสูงสุดมารอบต่ำอย่างนี้ออกตัวหลังติดเบาะแน่ๆ ครับ ใช่ไม๊คุณต้า)
Main Bearings 3
Valve Configuration L-head
Fuel Carter WO-596S 1bbl downdraft






ผมเคยขับรถรุ่นนี้ตอนเป็นทหารหนุ่มๆในกองทัพไทยนะครับ เกียร์หนึ่งกระชากเลยครับต้องออกเกียร์สองครับ
จาก : amtrac(amtrac) 7/6/2554 23:12:30 [183.81.173.250]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60   ดูหน้าต่อไป
 


เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ Thailandoffroad.Com สมาชิกเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ
สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่

   
14/11/2552
หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันศุกร์,25 เมษายน 2557  (Online 11655 คน)